ทำหนังสือมือสองหายต้องไปแจ้งความไหม คนรักหนังสือมือสองต้องอ่าน

สวัสดีครับทุกท่านวันนี้ผมมีคำถามๆ หนึ่งมาถามทุกท่านซึ่งคำถามดังกล่าวนี้ผมเองไม่ได้เป็นผู้ตั้งครับหากแต่ผู้ที่ตั้งคำถามนี้ก็คือหลานสาวตัวน้อยของผมนั่นเองโดยครูที่โรงเรียนสอนว่าหากของหายให้รีบไปแจ้งความและมีอยู่วันหนึ่งเธอเห็นผมกำลังหาหนังสือมือสองเล่มหนึ่งอยู่เพราะจำไม่ได้ว่าวางเอาไว้ที่ไหนซึ่งเมื่อคุณเธอเห็นเช่นนั้นด้วยความปรารถนาดีจึงบอกผมว่าให้ผมไปแจ้งความเพราะหนังสือมือสองหายทำเอาผมเงิบไป 10 วินาทีพร้อมกับเสียงหัวเราะและตามมาด้วยปัญหาข้างบนที่ว่านี้ครับ

ทำหนังสือมือสองหายต้องไปแจ้งความไหม คนรักหนังสือมือสองต้องอ่าน

ถ้าจะถามผมว่าหลานผมผิดไหมที่ทำหนังสือมือสองหายแล้วไปแจ้งความ ผมมองว่าไม่ผิดครับเพราะเนื่องจากว่าเป็นการที่ถูกต้องแล้วครับว่าหากของหายไปต้องแจ้งความตำรวจเอาไว้ก่อนแต่ทว่าหลานผมเองยังไม่รู้ว่าการจะแจ้งความนั้นก็ต้องดูด้วยว่าเป็นของชนิดใดซึ่งหากเป็นของที่เราวางลืมไว้ในบ้านและไม่มีราคาค่างวดแพงมากก็ไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความและถึงแม้ว่าไปแจ้งความทางตำรวจเขาเองก็คงไม่รับแจ้งอย่างแน่นอน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ใช่ว่าหนังสือมือสองจะแจ้งความของหายไม่ได้นะครับเพราะถ้าหากหนังสือมือสองของเราที่ว่านี้เป็นหนังสือมือสองเก่า หายากและมีสนนราคาซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดราคาสูงกรณีนี้หากโดนขโมยหรือลืมไว้ก็สามาถรแจ้งความหรือแจ้งตำรวจเพื่อประสานงานหาให้ได้ครับเพราในกรณีนี้จะถือว่าเป็นของมีค่าและถือว่าเป็นสินทรัพย์ครับแต่ถ้าเป็นหนังสือมือสองธรรมดาๆ ที่มีวางขายตามร้านทั่วไปล่ะก็อย่าไปแจ้งความเลยครับ เสียเวลาเปล่า

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทำลายตัวเอง

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทำลายตัวเองรู้สึกเหมือนกันไหมว่าทุกวันนี้พวกเรานั้นใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กันมากเหลือเกิน และเราก็เปลี่ยนพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ก็ย่อยมากๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น แต่เราควรจะสงสัยกันสักนิดหรือไม่ ว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆที่เราไม่ได้ใช้งานแล้วนั้นมันจะไปอยู่ตรงไหนและเรากำจัดขยะเหล่านี้อย่างไรกันแน่

หลายๆคนก็คงเคยรู้ว่าเราสามารถนำชิ้นส่วนเล็กๆที่อยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้นไปขายได้เช่น ทองแดง บางชิ้นก็เอาไปใช้งานใหม่ได้อีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกันบางชิ้นก็ไม่สามารถใช้งานอะไรได้แล้ว ซึ่งเราก็ต้องกำจัดต่อไป อาจจะเป็นการเผาทิ้งหรือฝังทิ้งก็ได้นั่นเอง แต่แน่นอนว่าการทำลายชิ้นส่วนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้นต้องใช้พลังงานจำนวนมากและยังสร้างมลพิษอีกด้วย ซึ่งนี่เป็นปัญหาที่หนักใจของหลายๆประเทศในการดูแลชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้มากทีเดียว แต่ในตอนนี้มีการผลิตชิ้นส่วนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบที่สามารถทำลายตัวเองได้เมื่อได้รับพลังงานคลื่นความถี่อย่างความถี่ขอองคลื่นวิทยุ ซึ่งแน่นอนว่าวิธีการนี้ไม่สร้างปัญหาเรื่องมลพิษแม้แต่นิดเดียว โดยในการผลิตชิ้นส่วนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้นั้นจะมีการติดตั้งตัวรับสัญญาณคลื่นความถี่วิทยุไว้ และยังมีการติดตั้งขดลวดที่จะสร้างความร้อนแก่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เมื่อได้รับความถี่เรื่อยๆ ซึ่งความร้อนนี้จะไปทำให้ขี้ผึ้งที่เคลือบอุปกรณ์เหล่านั้นอยู่ละลายออกมาและจะปล่อยกรดออกมาเพื่อละลายอุปกรณ์เหล่านั้นในที่สุดนั่นเอง ด้วยวิธีนี้เราจึงสามารถใช้การส่งสัญญาณวิทยุจากระยะไกลเพื่อทำลายชิ้นส่วนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้นั่นเอง

 

พลังแห่งการปกป้องของลูฟี่ ที่เกิดมาเพื่อจัดการ เอเนลู

พลังแห่งการปกป้องของลูฟี่ ที่เกิดมาเพื่อจัดการ เอเนลูในเรื่องวันพีช ก็อต เอเนลคือ ก็อตแห่งสกายเปียร์ผู้ที่มีชื่อเสียงด้านพลังสายฟ้าที่ร้ายกาจ สามารถกลายร่างเป็นสายฟ้าได้และเขาไม่เคยแพ้ใครเลย ทำให้เอเนลคิดว่าตัวเองเป็นอมตะ เป็นคนที่ไม่มีวันตาย จนเมื่อลูฟี่ปรากฏตัวขึ้น จึงทำให้เขารู้สึกแปลกใจมาก ว่าทำไมพลังสายฟ้าของเขาจึงไมเป็นผลกับลูฟี่ นั่นก็เพราะผลโกโรโกโรที่เอเนลกินเข้าไป จะมีจุดอ่อนคือ แพ้ผลยาง ซึ่งก็คือผลโมกุ โมกุ ที่ลูฟี่ได้กินเข้าไปนั่นเอง ซึ่งสำหรับพลังที่พระเจ้ามอบให้เอเนลนั้น เป็นการรวบรวมกระแสไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดเป็นพลังงานไฟฟ้า และทำให้กลายเป็นพลังที่ดูยิ่งใหญ่มาก  และเอเนลมักจะพูดให้กำลังตัวเองเสมอว่า “ความแข็งแกร่งของข้านั้นเหมือนดั่งเป็นพรที่ประเจ้าประทานให้ และข้าจะใช้พลังนี้ปกป้องเหล่ามนุษย์ ที่พระเจ้าทอดทิ้งเอง” เพราะเขาเคยถูกทอดทิ้ง เพราะเคยถูกทุกคนมองผ่านเหมือนไม่มีตัวตนบนโลกใบนี้ และเพราะทุกอย่างที่เขาจะทำนั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิดกับคนอื่น เหมือนที่คนอื่นเคยทำกับเขา เอเนลอาจจะดูเลวไปบ้าง อาจจะดูเป็นคนทะเยอทะยานสูง แต่ความจริงแล้ว ที่ทำแบบนั้นก็เพราะมันเป็นความฝันของเขา ถึงได้มีคนบอกว่า ความฝันของคนเรานั้นน่ากลัวมากกว่าผีเสียอีก และเอเนลเองก็ผิดที่เขาไปฆ่าคนอื่นตามอำเภอใจ ไม่ให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง แล้วคุณผู้อ่านจะเห็นได้ว่า เพราะสมบัติวันพีช จึงทำให้ใครหลายคนหน้ามืดตามัว ทำทุกอย่างเพื่อได้ครอบครองวันพีช

รีวิวนิยายสาปพระเพ็ง กิ่งฉัตร

รีวิวนิยายสาปพระเพ็ง กิ่งฉัตร

นิยายเรื่องสาปพระเพ็ง เป็นนิยายจากนักเขียนอย่างกิ่งฉัตรผู้ได้รับการขนานนามว่า “เจ้าแม่แห่งละคร” เนื่องจากว่ากิ่งฉัตรมีการขายนิยายเพื่อไปทำเป็นบทละครโทรทัศน์มากที่สุดคนหนึ่ง เห็นได้จากนิยายเรื่องก่อนหน้านี้ของกิ่งฉัตรที่ขายนิยายไปทำบทละคร อาทิ สามทหารเสือ มายาตะวัน มนต์จันทรา ฟ้ากระจ่างดาว และอีกหลายๆ เรื่องราว ซึ่งนิยายเรื่องสาปพระเพ็งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่กิ่งฉัตรขายนิยายเพื่อไปทำบทละคร ด้วยความที่พล็อตเรื่องน่าลุ้นและสนุก กล่าวถึงตัวละครที่เคยมีอดีตชาติร่วมกันมา จนต้องกลับไปที่จุดเริ่มต้นเพื่ออภัยให้แก่คนที่ก่อกรรมทำเข็ญไว้เมื่อกาลก่อนนั่นเอง

นิยายเรื่องสาปพระเพ็งเริ่มต้นขึ้นที่ทีมสืบสวนสอบสวนของกรมสืบราชการพิเศษได้รับการแจ้งความในคดีฆาตกรรม ซึ่งทีมสืบสวนคงจะไม่ต้องทำงานมากจนเกินไปนัก หากว่าผู้ที่เสียชีวิตจะไม่ใช่ ส.ส.อภิมุขผู้ร่ำรวย แต่ทว่าน่าแปลกใจที่เขาฆ่าตัวตายทั้งที่ชีวิตของส.ส.อภิมุขก็ดูร่ำรวยและมีความสุขดี น้องสาวของส.ส.อภิมุขอย่างเพชรดาจึงร้องขอให้ตำรวจทำการสืบคดีใหม่อีกครั้งแม้ว่าคดีนี้จะถูกปิดไปแล้วว่าส.ส.อภิมุขฆ่าตัวตายก็ตามที ทีมนักสืบอย่างคทารัตน์ เจ้าแม่ของสำนักงานที่ใครๆ ต่างก็ครั่นคร้าม พร้อมด้วยรัดเกล้า นักศึกษาฝึกงานน้องสาวของคทารัตน์  วิวรรธ์เจ้าหน้าที่ในทีมมาดสุดกวน คู่ปรับของคทารัตน์ และสองนายตำรวจอย่างผู้กองพัทธยาและผู้กองสถบดี ซึ่งสิ่งนี้เองคือจุดเริ่มต้นของการสืบสวนคดีที่นำพาคนทุกคนก้าวเท้าสู่อดีตกาล เพียงครั้งแรกที่ลงพื้นที่การสืบ ทีมสืบสวนก็ได้เห็นบ้านหลังเก่าที่อยู่ใกล้กับบ้านของ ส.ส.อภิมุข ทั้งหมดไม่รอช้ารีบมุ่งหน้าหาความจริงด้วยการสอบปากคำชายชราผู้อยู่ในบ้าน แต่ทว่าชายชราคนนี้กลับเล่าเรื่องราวของอาณาจักรโบราณให้ทุกคนได้ฟังกัน อาณาจักรนั้นมีชื่อว่า “ศรีพิทยา” แต่ละคนที่ได้ฟังเรื่องเล่าของคุณตานรสิงห์มีจุดเชื่อมโยงในอดีตกาลอย่างไร และการสืบสวนสอบสวนคดีในชาติภพปัจุบันมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่ ตามหาคำตอบและลุ้นระทึกด้วยตัวคุณเองได้ในสาปพระเพ็ง

นิยายเรื่องสาปพระเพ็ง เป็นนิยายที่กิ่งฉัตรเขียนและขายนิยายเล่มนี้เพื่อตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในนิตยสารกุลสตรีมาก่อน จากนั้นจึงร่วมเล่มตีพิมพ์เพื่อขายนิยายเรื่องสาปพระเพ็งโดยสำนักพิมพ์อรุณ ซึ่งสาปพระเพ็งก็มียอดขายนิยายที่สูงอย่างมาก ซึ่งเรื่องราวภายในเล่มมีเสน่ห์อย่างเหมาะเจาะและลงตัว มีทั้งปมให้ลุ้นระทึกในทุกฉากว่าสุดท้ายทั้งพระเอกและนางเอกจะสามารถเอาตัวรอดจากการปองร้ายในชาติปัจจุบันได้หรือไม่ และใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมอันแสนจะเกินความคาดหมายของคุณอย่างแน่นอน

Just Cause 3 กำหนดปล่อยแล้ว 1ธันวาคมนี้

Just Cause 3 กำหนดปล่อยแล้ว 1ธันวาคมนี้

นับว่าได้รับความนิยมไม่น้อยกับเกมแอคชั่นแนว Open-world สุดมันส์อย่าง              “Just Cause 3” ล่าสุดมีข่าวจากค่าย Square Enix ออกมาแล้วว่าจะปล่อยเกมในวันที่ 1ธันวาคมนี้ พร้อมๆกันบนทุกเครื่องเล่นเกม เช่น PlayStation 4, Xbox One, และ PC

การกลับมาอีกครั้งของ Rico Rodriguez ตัวละครหลักของเกมส์ โดยเราจะต้องรับบทเป็นเจ้าตัวละครตัวนี้ซึ่งต้องเดินทางกลับไปMediciบ้านเกิด ในประเทศแทบเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อกวาดล้างผู้นำบ้าอำนาจที่กำลังร่วมกันก่อกบฏ ด้วยความที่เฮีย Rico พระเอกของเราต้องการที่จะล้มล้างอำนาจนั้นเพื่อฟื้นฟูประเทศบ้านเกิดให้กลับมาสงบสุขน่าอยู่ตามเดิม ความมันส์ทั้งหลายจึงบังเกิดขึ้น

ในภาคนี้จะมีจุดเด่นอยู่ที่แผนที่ขนาดกว้างสะใจถึง400 ตารางไมล์ มาพร้อมอาวุธ เครื่องมือทำลายล้าง อุปกรณ์สุดไฮเทค และสามารถขับขี่ยานพาหนะได้ โดยมียานพาหนะให้ผู้เล่นได้เลือกขับขี่กันถึง 800 ชนิด เรียกได้ว่าเลือกกันจนลายตาเลยทีเดียว และด้วยความที่มีเนื้อที่กว้างถึง 400ตารางไมล์ ทำให้ผู้เล่นสามารถสนุกไปกับการทำลายข้าวของฆ่าเวลาได้อย่างไร้ขีดจำกัดอีกด้วย

เกม Just Cause ภาคสามนี้ถูกสร้างขึ้นโดยนำจุดเด่น และสิ่งที่เหล่าคอเกมทั้งหลายชื่นชอบในเกม Just Cause ภาค2มาพัฒนาต่อเพิ่มเติม จนได้เป็น Just Causeภาค3ที่กำลังจะวางจำหน่ายในวันที่ 1ธันวาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเกมที่ได้ความคาดหวังสูงมากจากทีมผู้สร้างเกม ส่วนจะสุดมันส์กันขนาดไหนนั้น คงต้องรอจนถึงสิ้นปีถึงจะได้ลองสัมผัส แต่ก็นับว่าเป็นอีกเกมส์ที่น่าลอง และคุ้มค่ากับการรอคอยแน่นนอน

 

ของสะสมบ่มนิสัย

ของสะสมบ่มนิสัย

สวัสดีครับทุกท่านกลับมาพบกันอีกครั้งกับรายการของสะสมบ่มนิสัยซึ่งในวันนี้เราจะไปพูดถึงของเล่นชนิดหนึ่งที่สามารัยซึ่งในวันนี้เราจะไปพูดถึงของเล่นชนิดหนึ่งที่สามารถอบรมบ่อมนิสัยบุตรหลานของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กผู้ชายครับซึ่งเจ้าของเล่นที่ว่านี้ก็คือ “หุ่นโมเดลกันดั้ม” นั่นเอง

หลายคนโดยเฉพาะผู้ปกครองทั้งหลายอาจจะมองตามกระแสว่าหุ่นโมเดลกันดั้มเป็นของเล่นที่สร้างความก้าวร้าวให้กับเด็กในบ้านแต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นการมองแต่เพียงแค่ผิวเผินฉาบฉวยภายนอกเท่านั้นครับเพราะเจ้าหุ่นโมเดลกันดั้มนั้นมีดีมากที่เราคิด

ข้อดีอย่างแรกของหุ่นโมเดลกันดั้มที่มองเห็นก็คือการฝึกฝนให้ลูกรู้จักความอดทนเพราเนือ่งจากว่าหุ่นโมเดลเมท่อมาตอนแรกนั้นมันยังไมไดประกอบเป็นตัวครบสมบูรณ์เหมือนดังทีเห็นดังนั้นเด็กๆ จึงต้องนำมันมาประกอบเองซึ่งหากเป็นคนใจร้อนหรือไม่มีสมาธิจะไม่สามารถประกอบสำเร็จได้เลยดังนั้นมันจึงช่วยให้ลูกน้อยฝึกในเรื่องของความอดทนการมีสมาธิ

ข้อดีประการต่อมาคือการฝึกให้ลูกน้อยของเราอยู่จักคิดวิเคราะห์เพราะในการต่อแต่ละชิ้นส่วนนั้นจำเป็นต้องใช้ควารมคิดว่าส่วนใดควรที่จะต่อตรงจุดไหนจึงจะครบถ้วนสมบูรณ์หรือต่อแล้วจะถูกจุดเพราะหากสักแต่จะต่อให้เสร็จๆ ไปอย่างเดียวโดยที่ไม่คิดพิจารณาก่อนรับรองได้ว่าต่อเป็นวันก็ยังไม่เสร็จครับ

ทั้งสองอย่างนี้เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวข้อดีของมันซึ่งหากใครอยากรู้มากขึ้นก็หลังไมค์มาถามได้ครับ